1. ที่มาและความสำคัญ
สถานีอนามัย มีวิวัฒนาการนับตั้งแต่ในการจัดตั้งเป็น “โอสถสภา”(โอสถศาลาหรือ โอสถสถาน)
พ.ศ. 2456 ต่อมาในปี พ.ศ. 2475 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สุขศาลา” แบ่งเป็นสุขศาลาชั้นหนึ่ง โดยมี
กรมอนามัยและกรมการแพทย์กำกับดูแล ซึ่งได้รับการพัฒนาเป็น “สถานีอนามัยชั้นหนึ่ง”
(พ.ศ. 2497) เป็น “ศูนย์การแพทย์อนามัยชนบท” (พ.ศ. 2515) เป็น“ศูนย์การแพทย์และอนามัย”
(พ.ศ. 2517)และเป็น “โรงพยาบาลอำเภอ” (พ.ศ. 2518) จนถึงปัจจุบัน สำหรับ“สุขศาลาชั้นสอง”
ส่วนใหญ่อยู่กับ กระทรวงสาธารณสุข ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีอนามัยชั้นสอง” (พ.ศ. 2495)
และเป็น “สถานีอนามัย” (พ.ศ. 2515 ถึงปัจจุบัน) รวมระยะเวลากว่า 95 ปีจนกระทั่งมีการประกาศ
ใช้พระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 เปลี่ยนชื่อสถานีอนามัย เป็น
“ศูนย์สุขภาพชุมชน” หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษโดยย่อว่า PCU (Primary Care Unit)
ปัจจุบันสถานีอนามัย จำนวน 9,901 แห่ง ประกอบด้วยบุคลากรที่ ปฏิบัติงานให้บริการประชาชน
ในชุมชนท้องถิ่นเฉลี่ย 2.97 คนต่อแห่งกระจายการให้บริการครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ของ
ประเทศโดยมีบทบาทการให้บริการสาธารณสุขผสมผสานการสนับสนุน งานสาธารณสุขมูลฐาน
และพัฒนาชุมชน รวมทั้งงานบริหาร งานวิชาการ และงานสุขศึกษาและ ประชาสัมพันธ์ในช่วงที่
ผ่านมามีการพัฒนา สถานีอนามัยที่เด่นชัด แต่ขาดความต่อเนื่อง เช่น โครงการ
“ทศวรรษแห่งการพัฒนาสถานีอนามัย ปี 2535-2544”
ในขณะที่บริบทและสถานการณ์แวดล้อมต่างๆ ในพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างสิ้นเชิง ปัญหาโรค
มีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ทั้งปัญหาโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ และ ปัญหาที่เกิดจากปัจจัย
เสี่ยง ทางสุขภาพ (Health Risk) นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังอยู่ในระยะ ของการเปลี่ยนผ่าน
ทางการบริหาร โดยเฉพาะการดำเนินงานตามกรอบและทิศทางของาน ปฏิรูประบบราชการ การปฏิรูประบบสุขภาพ ตามนโยบาย หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการกระจายอำนาจ
ด้านสุขภาพ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะ ประเด็นการถ่ายโอนสถานีอนามัย
พร้อมบุคลากรไปยังองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นภายในปี พ.ศ. 2553 สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบ
ต่อการปฏิบัติงานให้บริการประชาชนของสถานี อนามัยที่นับวันจะยิ่งยุ่งยากมากขึ้น
สมาคมวิชาชีพสาธารณสุข และกลุ่มเครือข่าย P&P 8 ได้ตระหนักถึงปัญหา ดังกล่าวจึงจัด
โครงการประชุม “๙๕ ปี สถานีอนามัย : ทศวรรษใหม่กับการเปลี่ยนแปลง” ขึ้น เพื่อเป็นเวทีที่
ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดกรอบความคิด ในการยกระดับ
สถานีอนามัย ให้ได้มาตรฐานคุณภาพของสถานบริการสาธารณสุขในระดับปฐมภูมิ ซึ่งหมาย
รวมถึงโครงสร้างองค์กร บุคลากร และระบบสนับสนุน ทั้งในด้านนโยบาย การบริหารจัดการ และ งบประมาณโดยตรง เพื่อให้สามารถทำงาน ด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและเฝ้าระวัง
ปัญหาสุขภาพในชุมชนท้องถิ่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยที่มีความ
สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียว กับนโยบายรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุข
2. วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้เป็นเวทีที่ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องระดมความคิดเห็นร่วมกันในการจัดทำ (ร่าง) กรอบ
ความคิดและข้อตกลงเพื่อยกระดับสถานีอนามัยให้ได้มาตรฐานของสถานบริการสาธารณสุข
ในระดับปฐมภูมิ (Primary Health Care) และมีจริยธรรม
2. พัฒนาทักษะและบทบาทของสถานีอนามัยให้เป็นผู้เล่นสำคัญในการบริหารจัดการระบบสุขภาพ
ในพื้นที่ที่รับผิดชอบให้เกิดผลสำเร็จอย่างมีคุณภาพโดยเฉพาะการดำเนินกิจกรรมการสร้างเสริม
สุขภาพและการป้องกันโรคที่มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกสู่ชุมชน ร่วมกับ อสม. องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น และองค์กรธุรกิจเอกชน
3. กำหนดแนวทางการเตรียมความพร้อมรองรับต่อบริบทและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่าง
รวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานให้บริการของสถานีอนามัย เช่น จากนโยบายการปฏิรูป
ระบบราชการ การปฏิรูประบบสุขภาพตามนโยบายการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและการ
กระจายอำนาจด้านสุขภาพให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
> I 
|